เปิดราคา Nissan LEAF ในไทย 1.99 ล้านบาท

เปิดราคา Nissan LEAF ในไทย 1.99 ล้านบาท

Weekly News

สาเหตุที่ Nissan LEAF ออกมาราคาเหยียบ 2 ล้านน่าจะเป็นเพราะนิสสันเลือกนำเข้ามาแบบ CBU หรือ Completely Built Up หรือรถประกอบสำเร็จจากต่างประเทศ ไม่มีการเดินสายการประกอบในประเทศไทย ทำให้ต้องเจอกำแพงภาษีที่สูงขึ้น ซึ่งก็ทำให้คนอยากใช้รถไฟฟ้าต้องคิดกันหนักหน่อยสำหรับ LEAF โดยสเปคของ Nissan LEAF ที่จำหน่ายในประเทศไทยนั้นมาพร้อมกับแบตเตอรี่ความจุ 40 kWh (KiloWatt per Hour) สามารถทำระยะทางสูงสุด 311 กิโลเมตร (ประมาณไป-กลับ กรุงเทพ-กาญจนบุรี) โดยสามารถชาร์จกับสถานีที่ใช้มาตรฐาน CHAdeMO ได้ความจุ 80% ใน 30 นาที ส่วนถ้าชาร์จกับไฟบ้านจะชาร์จเต็มใน 6-12 ชั่วโมง แล้วแต่ว่าชาร์จแบบความเร็วปกติ (3.6 kW) หรือความเร็วสูง (6.6 kW) ประสิทธิภาพของ Nissan LEAD นั้นใช้มอเตอร์ไฟฟ้าให้กำลัง 150 แรงม้า สามารถเร่ง 0-100 กม./ชั่วโมงได้ภายใน

Read more
Samsung Galaxy S10 จะมีแรม 12GB และความจุถึง 1TB

Samsung Galaxy S10 จะมีแรม 12GB และความจุถึง 1TB

Weekly News

Samsung Galaxy S10 รุ่นรองรับ 5G อาจมาพร้อมกับสเปกสุดโหดที่ยังไม่มีค่ายไหนเคยทำมาก่อน ด้วยแรม 12GB และความจุภายในเครื่องที่อัดแน่นถึง 1TB หน้าจอขนาด 6.7 นิ้ว และมีกล้องหลังถึง 4 ตัวเลยทีเดียว! ก่อนหน้านี้มีรายงานว่า Galaxy S10 จะมีความจุสูงถึง 512GB ซึ่งอาจจะมีลักษณะคล้าย Galaxy Note 9 คือมีความจุภายในเครื่อง 512GB และ รองรับ microSD อีก 512GB ในส่วนของแรม 12GB นั้นถือว่าเยอะมาก ถึงแม้ว่าปัจจุบันจะมีสมาร์ทโฟนที่มีแรมถึง 10GB แล้ว แต่ก็ยังไม่ถูกวางจำหน่ายเสียที และการที่แรมสูงถึง 12GB นั้นไม่ได้เป็นแค่กิมมิกน่ารักๆ แต่สามารถใช้งานได้จริงเมื่อเชื่อมต่อกับ DeX หรือเปิดใช้งานระบบเดสก์ท็อปนั่นเองครับ ก็ต้องรอดูกันว่า Galaxy S10 จะสามารถกลับมาสร้างกระแสตลาดให้กลับมาทาง Samsung ได้อีกหรือไม่ แต่งานนี้คาดว่า Samsung จะจัดหนัดจัดเต็มแน่นอนครับ  

Read more
อุณหภูมิโลก 4 ปีที่ผ่านมาร้อนสูงสุดทำลายสถิติ

อุณหภูมิโลก 4 ปีที่ผ่านมาร้อนสูงสุดทำลายสถิติ

Weekly News

  รายงานฉบับล่าสุดขององค์การอุตุนิยมวิทยาโลก (WMO) ระบุว่าช่วงระหว่างปี 2015-2018 หรือตลอด 4 ปีที่ผ่านมา อุณหภูมิโลกโดยเฉลี่ยมีความร้อนแรงสูงสุดเท่าที่เคยปรากฏในบันทึกสถิติ และหากแนวโน้มของสภาพภูมิอากาศเช่นนี้ยังคงดำเนินต่อไป โลกจะมีอุณหภูมิเพิ่มขึ้น 3-5 องศาเซลเซียส ภายในช่วงสิ้นศตวรรษนี้ แถลงการณ์ว่าด้วยสภาพภูมิอากาศโลกของ WMO ชี้ว่า ปีที่อุณหภูมิโลกพุ่งขึ้นสูงสุดติด 20 อันดับแรก ล้วนแต่อยู่ในช่วงเวลา 22 ปีที่ผ่านมา ส่วนปี 2018 นั้น อุณหภูมิโลกโดยเฉลี่ยใน 10 เดือนแรกสูงกว่าระดับของยุคก่อนอุตสาหกรรม (1850-1900) อยู่เกือบ 1 องศาเซลเซียส ทำให้ปีนี้เป็นปีที่ร้อนที่สุดเป็นอันดับ 4 เท่าที่เคยมีการบันทึกมา แม้ปี 2018 จะมีสภาพอากาศโดยทั่วไปเย็นลงกว่าปีก่อนหน้าเล็กน้อย เนื่องจากมีปรากฏการณ์ลานีญาที่อุณหภูมิผิวน้ำในมหาสมุทรลดต่ำลง แต่ผู้เชี่ยวชาญของ WMO บอกว่า ในช่วงต้นปี 2019 อาจเกิดปรากฎการณ์เอลนีโญที่ไม่รุนแรงขึ้นได้อีก ซึ่งจะทำให้สภาพอากาศของปีหน้าร้อนขึ้นกว่าในปีนี้ แต่อย่างไรก็ตาม แนวโน้มในระยะยาวชี้ว่าอุณหภูมิเฉลี่ยของโลกกำลังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะส่งผลให้ระดับน้ำทะเลสูงขึ้น น้ำทะเลมีสภาพเป็นกรด และธารน้ำแข็งทั่วโลกละลาย “เราไม่ได้เดินอยู่ในแนวทางที่จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศตามเป้าหมายเลย และไม่สามารถจำกัดควบคุมการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิได้” นายเปตเตรี

Read more
ความโน้มถ่วงในเอกภพไม่รั่วไหลไปยังมิติอื่น

ความโน้มถ่วงในเอกภพไม่รั่วไหลไปยังมิติอื่น

Weekly News

ตลอดช่วงปีที่ผ่านมา ทฤษฎีสัมพัทธภาพทั่วไปของไอน์สไตน์ได้ผ่านการทดสอบจากนักวิทยาศาสตร์รุ่นใหม่มาหลายต่อหลายครั้ง แต่ผลการพิสูจน์ที่ได้ก็ยังคงยืนยันว่า ทฤษฎีที่มีอายุร่วมร้อยปีนี้มีความถูกต้องในหลายประเด็น ล่าสุดแนวคิดที่ว่า ความโน้มถ่วงที่มีอยู่ในเอกภพของเราจะไม่รั่วไหลไปยังมิติอื่น ๆ ได้ผ่านการพิสูจน์ว่าถูกต้องแล้วเช่นกัน ทีมนักวิทยาศาสตร์นานาชาติ ได้ใช้อุปกรณ์สังเกตการณ์คลื่นความโน้มถ่วงหรือไลโก (LIGO) ซึ่งตั้งอยู่ที่สหรัฐฯ รวมทั้งกล้องโทรทรรศน์บนโลกหลายแห่ง ศึกษาปรากฏการณ์ที่คู่ดาวนิวตรอนชนปะทะและรวมตัวเข้าด้วยกัน โดยเหตุการณ์ในจักรวาลที่รุนแรงและทรงพลังเช่นนี้ มักจะเกิดคลื่นความโน้มถ่วงที่คล้ายระลอกคลื่นน้ำแผ่ออกไปด้วย ก่อนหน้านี้ทฤษฎีสัมพัทธภาพทั่วไปของไอน์สไตน์ระบุว่า ความโน้มถ่วงที่มีอยู่ในเอกภพของเรา จะสามารถคงอยู่ได้ภายในขอบเขตของปริภูมิ-เวลา (space-time) ที่มี 4 มิติ โดยไม่รั่วไหลไปยังมิติอื่น ๆ เช่น มิติที่ 5 หรือ มิติที่ 6 หากมิติพิเศษที่ว่านั้นมีอยู่จริง ซึ่งโดยทฤษฎีแล้วมิติพิเศษเหล่านี้จะไม่มีแสงสว่าง ถึงแม้จะเกิดเหตุการณ์รุนแรงที่กระทบต่อโครงสร้างของปริภูมิ-เวลา เช่นการชนกันของหลุมดำหรือดาวนิวตรอน ก็จะไม่ทำให้ความโน้มถ่วงในเอกภพ 4 มิติรั่วไหลออกไปได้ ทีมนักวิทยาศาสตร์ของไลโกได้ศึกษาคลื่นความโน้มถ่วง ซึ่งเดินทางมาพร้อมกับคลื่นแสงจากเหตุการณ์ GW170817 ซึ่งเป็นคู่ดาวนิวตรอนที่ชนกันโดยอยู่ห่างไกลจากโลก 130 ล้านปีแสง โดยไลโกสามารถตรวจจับคลื่นความโน้มถ่วงนี้ได้ในปี 2017 ผลการศึกษาที่เผยแพร่ในคลังเอกสารวิชาการออนไลน์ arXiv.org ระบุว่า คลื่นความโน้มถ่วงและคลื่นแสงจากเหตุการณ์นี้เดินทางมายังโลกด้วยความเร็วเท่ากัน โดยไม่เกิดการเปลี่ยนแปลงของสัดส่วนแอมพลิจูด (amplitude) ในคลื่นความโน้มถ่วงเมื่อเทียบกับคลื่นแสงที่มีสภาพคงที่ ซึ่งก็แสดงว่าคลื่นความโน้มถ่วงไม่ได้สูญเสียพลังงานไปในระหว่างทางเพราะมีการรั่วไหลของมิติเกิดขึ้นแต่อย่างใด ทีมผู้วิจัยยังบอกว่า

Read more
Samsung Galaxy A 2019 จะมีสแกนลายนิ้วมือในหน้าจอ

Samsung Galaxy A 2019 จะมีสแกนลายนิ้วมือในหน้าจอ

Weekly News

รายงานใหม่จากสื่อต่างประเทศเผยว่า Samsung พร้อมแล้วสำหรับเทคโนโลยีสแกนลายนิ้วมือในหน้าจอ และจะใส่ในสมาร์ทโฟนรุ่นอื่นที่ไม่ใช่เรือธงอย่าง Galaxy S10 อีกด้วย รายงานจากสื่อของประเทศเกาหลีเผยว่า สมาร์ทโฟนระดับกลางหรือ Galaxy A ทั้งหมดสองรุ่น ซึ่งคาดว่าจะเป็น Galaxy A5 และ A7 จะมีรอยบากและรองรับสแกนลายนิ้วมือในหน้าจอด้วย สื่อต่างประเทศระบุว่า ตอนนี้ Samsung สามารถปิดดีลกับ Aegis หรือผู้ผลิตเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือสัญชาติจีน แต่สำหรับ Galaxy S10 จะใช้เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือในหน้าจอที่ผลิตโดย Qualcomm หรือ Ultrasonic Solution อย่างไรก็ตาม เทคโนโลยีของ Aegis และ Qualcomm นั้นแตกต่างกัน สำหรับ Aegis เป็นแบบ Optical ส่วน Qualcomm เป็นคลื่น Ultrasonic ซึ่งมีความแม่นยำ ปลอดภัย และน่าเชื่อถือกว่า Optical แต่ด้วยระบบ Ultrasonic ทำให้ยากต่อการผลิต และมีราคาที่สูงกว่า การที่

Read more
สนามแม่เหล็กโลกยุคโบราณเกิดจากทะเลแมกมาเหนือพื้น

สนามแม่เหล็กโลกยุคโบราณเกิดจากทะเลแมกมาเหนือพื้น

Weekly News

  โลกในยุคที่เพิ่งเริ่มก่อตัวขึ้นใหม่ ๆ เมื่อหลายพันล้านปีก่อน อาจมีสนามแม่เหล็กโลกอีกแบบที่แตกต่างไปจากทุกวันนี้ โดยเกิดจากการไหลเวียนของมหาสมุทรหินหนืดหรือแมกมา (Magma) บนพื้นผิวที่ยังไม่มีแผ่นเปลือกโลกนั่นเอง ทีมนักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย วิทยาเขตเบิร์กลีย์ของสหรัฐฯ ได้ทดสอบสร้างแบบจำลองทางธรณีวิทยาของโลกและดาวเคราะห์คล้ายโลกจำพวก “ซูเปอร์เอิร์ธ” (Super-Earth) ในยุคที่กำเนิดขึ้นได้ไม่นาน และพบว่ามีความเป็นไปได้ที่ดาวเคราะห์เหล่านี้จะมีสนามแม่เหล็กอยู่แล้ว ตั้งแต่ถือกำเนิดขึ้นใหม่ ๆ ผลการศึกษาดังกล่าวซึ่งตีพิมพ์ในวารสาร Nature Communications ระบุว่า กระบวนการที่ทำให้เกิดสนามแม่เหล็กชนิดนี้อยู่บนพื้นผิวดาวเป็นหลัก ซึ่งในกรณีของโลกก็น่าจะอยู่บนพื้นผิวโลก ไม่ใช่ภายในแกนกลางและเนื้อโลกเช่นในปัจจุบัน ทีมผู้วิจัยพบว่ากระแสไหลเวียนของหินหนืดปริมาณมหาศาลบนพื้นผิวดาว สามารถทำให้เกิดการนำไฟฟ้าที่มีกำลังมากพอจะเป็นไดนาโมขนาดยักษ์ได้ โดยความเร็วในการไหลเวียนของหินหนืดเพียง 1 มิลลิเมตรต่อวินาที ก็เพียงพอที่จะเกิดสนามแม่เหล็กซึ่งครอบคลุมดาวทั้งดวงขึ้นได้แล้ว โอกาสเกิดสนามแม่เหล็กบนดาวเคราะห์ที่มีสูงขึ้นนี้ เท่ากับว่ามนุษย์จะมีโอกาสค้นพบดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะที่เอื้อต่อการดำรงอยู่ของสิ่งมีชีวิตมากขึ้น เนื่องจากการมีสนามแม่เหล็กเป็นตัวบ่งบอกว่า สิ่งมีชีวิตบนดาวดวงนั้นได้รับการปกป้องจากรังสีอันตรายในอวกาศ ทุกวันนี้โลกของเราเสมือนมีเครื่องกำเนิดไฟฟ้าขนาดยักษ์อยู่ภายใน โดยแกนโลกชั้นนอกที่เป็นเหล็กและนิกเกิลหลอมเหลวหมุนอยู่ท่ามกลางทะเลแมกมา ซึ่งประกอบไปด้วยแร่ธาตุที่เบากว่าและอนุภาคมีประจุไฟฟ้า อย่างไรก็ตาม ทีมผู้วิจัยยังไม่ทราบว่ากระบวนการให้กำเนิดสนามแม่เหล็กที่พื้นผิวดาวเคราะห์ จะมีความสัมพันธ์อย่างไรกับการเกิดสนามแม่เหล็กอีกประเภทหนึ่งซึ่งมาจากแกนกลางของดาว ที่มา – https://www.bbc.com/thai/features-46316075   VIEW MORE

Read more
พบหนามบนลิ้นแมวมีโครงสร้างพิเศษ

พบหนามบนลิ้นแมวมีโครงสร้างพิเศษ

Weekly News

นักวิทยาศาสตร์พบว่าหนามเล็ก ๆ ที่ทำให้ลิ้นแมวสากกระด้างจนสามารถเลียทำความสะอาดขนได้ดีนั้น มีโครงสร้างแตกต่างไปจากที่เคยคาดกันเอาไว้มาก ซึ่งลักษณะพิเศษนี้จะถูกนำไปเป็นต้นแบบประดิษฐ์แปรงอเนกประสงค์ ที่สามารถใช้ทำความสะอาดพรม หรือขจัดสารก่อภูมิแพ้ในขนแมวได้ ทีมนักวิจัยจากสถาบันเทคโนโลยีจอร์เจีย (จอร์เจียเทค) ของสหรัฐฯ ตีพิมพ์ผลการศึกษาล่าสุดลงในวารสาร PNAS โดยระบุว่าได้ตรวจสอบโครงสร้างและการทำงานของปุ่มลิ้น (Papillae) ที่มีลักษณะคล้ายหนามบนลิ้นแมวอย่างละเอียด ด้วยการใช้กล้องวิดีโอความเร็วสูงและเครื่องถ่ายภาพเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (ซีทีสแกน) จนพบว่าหนามดังกล่าวมีลักษณะเป็นท่อกลวงและมีปลายคล้ายช้อนตัก ไม่ได้เป็นทรงกรวยทึบอย่างที่เคยคิดกันแต่อย่างใด หนามบนลิ้นแมวนั้นเป็นเคราติน (Keratin) ซึ่งก็คือโปรตีนชนิดหนึ่ง โดยท่อกลวงภายในหนามจะดูดเอาน้ำลายแมวขึ้นมาจากผิวลิ้นได้ 4.1 ไมโครลิตรในแต่ละครั้ง หรือราว 1 ใน 10 ของยาหยอดตา 1 หยด ซึ่งจะทำให้กระจายน้ำลายแมวลงบนขนได้มากเป็นพิเศษ ช่วยระบายความร้อนได้รวดเร็วและทำความสะอาดได้ดีขึ้น นอกจากนี้ ทีมผู้วิจัยยังตรวจสอบลักษณะของหนามบนลิ้นของสัตว์ตระกูลแมวหลากหลายชนิด ตั้งแต่แมวบ้านไปจนถึงแมวป่า เสือ สิงโต และเสือดาวหิมะ ทำให้พบว่าสัตว์จำพวกแมวและเสือทุกชนิด มีขนาดและความยาวของหนามบนลิ้นเท่ากันหมด ไม่ว่าจะมีขนาดลำตัวและความยาวของขนมากน้อยเท่าใดก็ตาม “ในเวลาที่แมวเลียขน หนามบนลิ้นที่เป็นเสมือนแปรงจะแทรกลงไปในระหว่างเส้นขน ทำให้ทำความสะอาดได้อย่างทั่วถึง การที่แมวและเสือทุกชนิดมีขนาดของหนามบนลิ้นเท่ากัน แสดงว่าเป็นขนาดที่ธรรมชาติออกแบบมาให้ใช้งานได้อย่างดีที่สุดสำหรับพวกมันแล้ว” ดร. อเล็กซิส โนเอล หนึ่งในทีมผู้วิจัยกล่าว   “แมวจึงสะอาดอยู่เสมอและไม่มีกลิ่นเหม็นอย่างในสุนัข เว้นแต่แมวชนิดเดียวคือแมวเปอร์เซีย

Read more
Galaxy Note 10 อาจมีหน้าจอขนาดใหญ่ 6.66 นิ้ว

Galaxy Note 10 อาจมีหน้าจอขนาดใหญ่ 6.66 นิ้ว

Weekly News

ย้อนกลับไปเมื่อปี 2009 หลังจาก HTC เปิดตัว HD2 หน้าจอ 4.3 นิ้ว หลายๆ คนกล่าวไว้ว่า หน้าจอของสมาร์ทโฟนคงจะใหญ่กว่านี้ไม่ได้อีกแล้ว แต่อีกไม่กี่ปีต่อมา Samsung ก็ได้เปิดตัว Galaxy Note 5 หน้าจอขนาด 5.3 นิ้ว หลังจากนั้นอีกก็มี Galaxy Note 9 หน้าจอขนาด 6.4 นิ้ว และ iPhone XS Max หน้าจอขนาด 6.5 นิ้ว รายงานจากเว็บไซต์ต่างประเทศเผยว่า Galaxy Note 10 จะมีขนาดหน้าจออยู่ที่ 6.66 นิ้ว ความละเอียดสูงถึง 4K โดยตอนนี้ Galaxy Note 10 ถูกใช้โค้ดเนมว่า Davinci โมเดลที่ขายในสหรัฐอเมริกาจะใช้ชิปประมวลผล Snapdragon 8150 ตัวแรงล่าสุด (แต่ยังไม่เปิดตัว)

Read more
พบแบคทีเรียอาศัยอยู่ในสมองคนได้เหมือนกับในลำไส้

พบแบคทีเรียอาศัยอยู่ในสมองคนได้เหมือนกับในลำไส้

Weekly News

  แวดวงวิทยาศาสตร์กำลังมีการค้นพบใหม่ ๆ ออกมามากขึ้นเกี่ยวกับระบบ “ชีวนิเวศจุลชีพ” (Microbiome) หรือจุลินทรีย์ชนิดต่าง ๆ ที่อาศัยอยู่ในสภาพแวดล้อมพิเศษเช่นภายในร่างกายของคนเรา ซึ่งก็พบว่าสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กเหล่านี้มีอิทธิพลต่อสุขภาพ พันธุกรรม หรือแม้แต่อารมณ์ของมนุษย์อย่างคาดไม่ถึง นอกจากระบบชีวนิเวศจุลชีพในลำไส้ที่รู้จักกันดีอยู่แล้ว ยังมีการค้นพบว่าอวัยวะบางส่วนที่น่าจะปิดมิดชิดและปลอดเชื้ออย่างสมอง กลับกลายเป็นที่อยู่อาศัยของแบคทีเรียบางชนิดได้ ซึ่งจุลินทรีย์เหล่านี้อาจมีความเกี่ยวข้องกับกลุ่มที่อาศัยอยู่ในลำไส้ด้วย ในการประชุมวิชาการ Neuroscience 2018 ของสมาคมเพื่อประสาทวิทยาศาสตร์ (SfN)ที่เมืองซานดิเอโกของสหรัฐฯ ทีมนักประสาทกายวิภาคจากมหาวิทยาลัยแอละแบมา ซึ่งนำโดย ดร. โรซาลินดา โรเบิร์ตส์ ได้นำเสนอหลักฐานเบื้องต้นจากการศึกษาชิ้นส่วนสมองของผู้เสียชีวิต 34 ราย ที่บ่งชี้ว่ามีแบคทีเรียอาศัยอยู่ในปริมาณที่มากน้อยแตกต่างกันไป ผู้วิจัยระบุว่า ชิ้นส่วนสมองในจำนวนนี้ครึ่งหนึ่งเป็นของผู้ป่วยโรคจิตเภท และอีกครึ่งหนึ่งเป็นของผู้ที่มีสุขภาพดีก่อนจะเสียชีวิต โดยพบแบคทีเรียรูปแท่งที่มีปลอกหุ้มอาศัยอยู่อย่างหนาแน่นในส่วนเปลือกสมองของกลีบหน้าผากส่วนหน้า (Prefrontal cortex) สมองส่วนฮิปโปแคมปัส (Hippocampus ) และด้านในของสมองส่วนกลางที่เรียกว่า Substantia nigra รวมทั้งในเซลล์ Astrocytes ที่เพิ่งถูกค้นพบว่ามีบทบาทสำคัญต่อการสื่อสารระหว่างเซลล์ประสาทสมองด้วย แม้จะมีความเป็นไปได้ว่า เชื้อแบคทีเรียเหล่านี้เข้าไปอยู่ในสมองเพราะเกิดการปนเปื้อนระหว่างการผ่าตัดชันสูตรศพ แต่การที่มันแพร่กระจายเข้าไปอยู่ในระหว่างเนื้อเยื่อสมองส่วนต่าง ๆ อย่างกว้างขวาง แสดงว่าอาจไม่ใช่เช่นนั้น นอกจากนี้ ทีมผู้วิจัยยังพบหลักฐานเพิ่มเติมซึ่งชี้ว่ามีระบบชีวนิเวศจุลชีพในสมองของหนูทดลองอีกด้วย ทั้งที่หนูดังกล่าวถูกเลี้ยงและเติบโตมาในสภาพแวดล้อมปลอดเชื้อ อย่างไรก็ตาม

Read more
พายุเฮอริเคนสสารมืดกำลังพัดกระหน่ำโลกและระบบสุริยะ

พายุเฮอริเคนสสารมืดกำลังพัดกระหน่ำโลกและระบบสุริยะ

Weekly News

ผลการคำนวณล่าสุดของนักดาราศาสตร์พบว่า มีกระแสของกลุ่มสสารมืด (Dark matter) ที่มองไม่เห็นและไม่อาจจะรู้สึกได้ด้วยการสัมผัส กำลังพัดกระหน่ำโลกและระบบสุริยะด้วยความเร็วถึง 500 กิโลเมตรต่อวินาที คล้ายกับพายุเฮอริเคนที่มีความรุนแรงเป็นอย่างยิ่ง การค้นพบดังกล่าวมาจากข้อมูลของกล้องโทรทรรศน์อวกาศกายอา (Gaia) ซึ่งตรวจพบว่าสายธารของกลุ่มดาวฤกษ์ (Stellar stream) ที่ชื่อว่า S1 ในกาแล็กซีทางช้างเผือก มีเส้นทางที่กำลังพุ่งเข้าปะทะกับระบบสุริยะอย่างจัง สายธารของกลุ่มดาวฤกษ์ S1 ประกอบไปด้วยดาวฤกษ์ราว 30,000 ดวง ซึ่งเป็นส่วนที่หลงเหลืออยู่จากดาราจักรแคระที่ถูกทำลายในอดีต ก่อนจะถูกดึงดูดเข้ามารวมอยู่เป็นส่วนหนึ่งของกาแล็กซีทางช้างเผือก ดร.เซียราน โอแฮร์ นักฟิสิกส์ทฤษฎีจากมหาวิทยาลัยซาราโกซาของสเปน ตีพิมพ์รายงานดังกล่าวในวารสาร Physical Review D. โดยระบุว่า แม้การพุ่งชนของสายธารกลุ่มดาวฤกษ์ดังกล่าวจะไม่ก่อให้เกิดอันตรายกับโลกและระบบสุริยะ แต่อาจสันนิษฐานได้ว่าสายธารดังกล่าวได้พัดพาเอา “สสารมืด” ซึ่งเป็นโครงสร้างต้นกำเนิดของดาราจักรแคระในอดีตมาด้วย ปรากฏการณ์ดังกล่าวนับว่าเป็นโอกาสอันดีที่นักวิทยาศาสตร์จะได้พยายามตรวจจับและศึกษาสสารมืดอย่างใกล้ชิด เนื่องจากก่อนหน้านี้ยังไม่เคยมีการตรวจจับสสารมืดได้โดยตรงมาก่อน กว่า 80 ปีที่ผ่านมา นักวิทยาศาสตร์ตั้งข้อสังเกตว่าจักรวาลน่าจะมีสสารอยู่มากกว่าที่เราสามารถสังเกตเห็นได้ โดยการเคลื่อนที่ของดวงดาวและกาแล็กซีบ่งชี้ว่า จักรวาลน่าจะมีสสารที่มองไม่เห็น หรือ “สสารมืด” เป็นองค์ประกอบรวมอยู่ด้วย ผลการศึกษาล่าสุดชี้ว่า จักรวาลประกอบไปด้วยพลังงานและสสารธรรมดาเพียง 4% แต่มีสสารมืดอยู่ 26% และพลังงานมืดอีก 70%

Read more

E-Newsletter

Rate Us

Rate our Website !!

Links

SAVIO ESPRESSO SAVIO ESPRESSO สมาชิก S.D. Webteam sd-system sd-system

CONTACT US

โรงเรียนเซนต์ดอมินิก
1526 ถนน เพชรบุรีตัดใหม่ แขวง มักกะสัน เขต ราชเทวี กรุงเทพมหานคร 10400
[email protected]
Tel. 02-6527478-79, Fax 02-652-7777
Saint Dominic School