Blog page why our clients love to work with us.
คะแนนเต็มภาษาจีน
เมื่อวันเสาร์ที่ 19 พฤษภาคม 2561 มีนักเรียนเข้าร่วมการสอบ HSK ระดับ 1 ซึ่งเป็นการสอบวัดระดับความสามารถภาษาจีน จัดโดยสำนักงานส่งเสริมการสอนภาษาจีนนานาชาติ (HANBAN) กับกระทรวงศึกษาธิการจีน ซึ่ง HSK แบ่งการสอบข้อเขียนออกเป็นระดับ 1-6 ผลการทดสอบมีดังนี้ – ด.ช.ศักย์ศรณ์ เตชะทัศนสุนทร ม.2/3 ได้ 200 คะแนนเต็ม – ด.ช.ภาสกร ธาดาประทีป ม.3/4 ได้ 176 คะแนน – ด.ช.ภาคิน วีระพัฒนา ม.3/4 ได้ 161 คะแนน – ด.ช.สิรภพ มนูรัชต์ ม.2/3 ได้ 156 คะแนน VIEW MORE PHOTOS
Read moreเปิดตัว Xiaomi Pocophone F1 มือถือสเปคแรงราคาถูก!
เปิดตัวแล้วสดๆ ร้อนๆ กับมือถือเสปคเทพในราคาประหยัด Pocophone F1 ที่ลือกันมาได้ซักพักแล้วว่ามันจะเป็นมือถือชิป Snapdragon 845 ที่มีราคาถูกที่สุดในโลก (ตอนนี้) และหลังจากที่ Xiaomi เปิดเผยสเปคพร้อมราคาออกมาแล้ว ก็พบว่ามันไม่ใช่แค่คำคุยจริงๆ เพราะเปิดราคาเริ่มต้นมาที่ 20,999 รูปี หรือประมาณ 9,852 บาทเท่านั้น ส่วนสเปครวมๆ ของ Pocophone F1 นี้ ก็ไม่ใช่ว่าจะมีดีแค่ชิป Snapdragon 845 หรอกนะ แต่สเปค และฟีเจอร์อื่นๆ นี่จัดเต็มแบบที่มือถือเรือธงแบรนด์อื่นได้หันมาค้อนกันตาเขียวเลยล่ะ…ว่าแล้วก็มาดูกันเลยว่ามันมีสเปคเป็นยังไงบ้าง สเปค POCOPHONE F1 หน้าจอขนาด 6.18 นิ้ว ความละเอียด FHD+ (1080 x 2160) CPU : Snapdragon 845 GPU : 630 RAM : 6GB / 8GB ความจุ : 64GB / 128GB
Read moreมาเป็นคลิป Pixel 3 XL โดนจับแกะกล่องภาพคมชัดแจ๋ว
น่าจะเป็นสัปดาห์แห่งข่าวหลุดของ Pixel 3 XL มือถือรุ่นท็อปจาก Google ประจำปีนี้เลยก็ว่าได้ เรียกว่าเยอะจนเรานึกว่ามันเปิดตัวไปแล้วซะอีก เพราะนอกจากภาพนิ่ง พรีวิวฟีเจอร์กันเยอะแยะมากมาย ที่ไม่มีการสั่งลบหรืออุ้มให้หายไป กลับมีคลิปแบบชัดๆ ความละเอียดสูงระดับ Full HD โผล่ตามมาอีกต่างหาก โดย Pixel 3 XL ที่โดนจับมาแกะกล่องในครั้งนี้เป็นเครื่องสีขาวผ่าน YouTube Digi ดีไซน์ด้านหลังยังคงออกแบบให้มีช่องกระจกด้านบนบริเวณกล้องเหมือนเดิม ภายในกล่องตอนแรกนึกว่าแถม Pixel Bud มาให้เลย แต่มองดูดีๆ แล้ว นี่มันหูฟัง USB Type C เฉยๆ นี่นา ในกล่องยังมีสติ๊กเกอร์ #teampixel แถมมาให้ แอบอยากได้เหมือนกันนะเนี่ย ส่วนสายต่างๆ ก็มีมาให้เยอะเลย ทั้งสาย Type C ตัวแปลง Type C เป็นหูฟัง 3.5 มม. และตัวแปลง Type C เป็น USB ส่วนที่แปลกคือสีปุ่มพาวเวอร์นั้นเป็นสีเขียวทั้งๆ ที่เครื่องเป็นสีขาว อันนี้ตอน
Read moreกาแล็กซีทางช้างเผือก “ตาย” ไปแล้วครั้งหนึ่งก่อนฟื้นคืนชีพ
เมื่อราว 7 พันล้านปีก่อน ดาราจักรที่เราอาศัยอยู่เคยตกอยู่ในสภาวะหยุดนิ่งเหมือนไร้ชีวิตมาแล้วครั้งหนึ่ง โดยไม่มีดาวฤกษ์เกิดขึ้นใหม่ตลอดช่วงเวลายาวนานนับพันล้านปี ก่อนที่จะกลับ “ฟื้นคืนชีพ” มาอีกครั้ง โดยให้กำเนิดดาวฤกษ์ชุดใหม่ที่มีดวงอาทิตย์ของเรารวมอยู่ด้วย ศ. มะซะฟุมิ โนงุจิ จากมหาวิทยาลัยโทโฮคุของญี่ปุ่น ตีพิมพ์ผลการค้นพบข้างต้นในวารสาร Nature หลังจากได้วิเคราะห์องค์ประกอบทางเคมีของบรรดาดาวฤกษ์ในกาแล็กซีทางช้างเผือก ซึ่งผลการตรวจสอบชี้ว่า ดาวฤกษ์กลุ่มหนึ่งที่ประกอบด้วยธาตุอย่างออกซิเจน แมงกานีส ซิลิคอน แคลเซียม กำมะถัน และไทเทเนียม มีอายุเก่าแก่กว่าดาวฤกษ์อีกกลุ่มที่มีเหล็กเป็นองค์ประกอบมากกว่าและพบได้น้อยกว่า ศ. โนงุจิระบุว่าองค์ประกอบทางเคมีที่แตกต่างกัน แสดงว่าดาวฤกษ์ทั้งสองกลุ่มก่อตัวขึ้นด้วยกระบวนการที่ไม่เหมือนกันในต่างช่วงเวลา โดยคาดว่าน่าจะมีระยะหยุดนิ่งที่ทั้งกาแล็กซีไร้ความเคลื่อนไหวใด ๆ มาคั่นกลางระหว่างการก่อตัวของดาวฤกษ์ในทั้งสองยุคด้วย ในงานวิจัยนี้มีการนำแนวคิดเรื่องการก่อตัวของดาราจักรด้วยกระแสก๊าซเย็น ซึ่งมีผู้เสนอในปี 2016 มาปรับใช้ เพื่ออธิบายวิวัฒนาการความเป็นมาของกาแล็กซีทางช้างเผือกในช่วง 1 หมื่นล้านปีที่ผ่านมา ซึ่งแนวคิดนี้เชื่อว่ากาแล็กซีขนาดใหญ่จะแยกให้กำเนิดดาวฤกษ์ในช่วงเวลา 2 ยุคด้วยกัน “ดาวฤกษ์รุ่นแรกเกิดขึ้น เมื่อกระแสของก๊าซเย็นจากภายนอกไหลเข้ามาสะสมตัวภายในกาแล็กซี แต่เมื่อบางส่วนของดาวฤกษ์รุ่นแรกนี้ตายลงและเกิดระเบิดเป็นซูเปอร์โนวา คลื่นกระแทกรุนแรงทำให้กลุ่มก๊าซภายในกาแล็กซีร้อนขึ้น จนกระแสก๊าซเย็นด้านนอกไม่ไหลเข้ามาอีก และไม่เกิดดาวฤกษ์ดวงใหม่ ๆ ” ศ. โนงุจิกล่าว “ช่วงเวลาที่กาแล็กซีหยุดนิ่งเหมือนตายนี้กินเวลาราว 2 พันล้านปี ก่อนจะเกิดซูเปอร์โนวาขึ้นอีกรอบ ซึ่งได้ให้กำเนิดธาตุเหล็กแพร่กระจายไปทั่วห้วงอวกาศ
Read moreคลื่นความโน้มถ่วงพลังมหาศาลให้กำเนิดหลุมดำได้
คลื่นความโน้มถ่วง (Gravitational waves) ซึ่งตกเป็นข่าวฮือฮาในแวดวงวิทยาศาสตร์เมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมานั้น นอกจากจะเกิดขึ้นเพราะเหตุรุนแรงในจักรวาลอย่างการชนและรวมตัวกันของหลุมดำแล้ว ผลการศึกษาทางทฤษฎีล่าสุดยังชี้ว่า คลื่นความโน้มถ่วงบางชนิดที่มีพลังมหาศาลก็อาจจะให้กำเนิดหลุมดำขึ้นได้ด้วยเช่นกัน ศ. ฟรานซ์ พรีทอเรียส จากมหาวิทยาลัยพรินซ์ตันของสหรัฐฯ และ ดร. วิลเลียม อีสต์ จากสถาบันเพอริมิเทอร์เพื่อฟิสิกส์ทฤษฎี (PI) ของแคนาดา ร่วมกันเสนอความเป็นไปได้ดังกล่าวในบทความที่เผยแพร่ทางคลังเอกสารวิชาการออนไลน์ arXiv.org โดยระบุถึงผลการคำนวณของพวกเขาที่ชี้ว่า มีโอกาสที่คลื่นความโน้มถ่วงสองชนิดซึ่งมีหน้าคลื่นแบนราบเหมือนกันจะชนกันเข้า ทำให้เกิดภาวะเอกฐาน (Singularity) ที่มวลมีความหนาแน่นเป็นอนันต์เช่นเดียวกับศูนย์กลางของหลุมดำขึ้นได้ คลื่นความโน้มถ่วงคือการยืดและหดตัวของปริภูมิ-เวลา (Space-time) เนื่องมาจากแรงดึงดูดของวัตถุมวลมหาศาลอย่างหลุมดำหรือดาวนิวตรอนที่โคจรวนรอบกันและกัน ก่อนจะชนและรวมตัวเข้าด้วยกันในที่สุด โดยปลดปล่อยพลังงานมหาศาลเป็นคลื่นความโน้มถ่วงที่แผ่ออกไปในจักรวาลทุกทิศทางเหมือนระลอกคลื่นในน้ำ อย่างไรก็ตาม เมื่อใดที่คลื่นความโน้มถ่วงขยายวงกว้างออก จนเกิดจุดที่หน้าคลื่นมีความโค้งเหลือน้อยเสมือนกับเป็นคลื่นของเส้นตรงที่ขนานกันแล้ว หากคลื่นชนิดนี้ปะทะเข้ากับคลื่นความโน้มถ่วงอีกชุดหนึ่งที่เรียกว่า Plane-fronted wave ในช่วงเวลาที่เหมาะสมซึ่งมีพลังงานมหาศาลแฝงอยู่ด้วย ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจะนำไปสู่การที่ปริภูมิ-เวลาเข้าห่อหุ้มภาวะเอกฐานเอาไว้ ซึ่งก็คือกำเนิดของหลุมดำนั่นเอง แม้ปรากฏการณ์นี้จะมีโอกาสเกิดขึ้นได้ยากมาก แต่หากเกิดขึ้นในห้วงอวกาศส่วนที่ใกล้กับโลกของเราแล้วก็จัดว่าน่ากังวลไม่น้อย เพราะหลุมดำที่เกิดขึ้นจะมีพลังทำลายล้างโลกและดวงดาวต่าง ๆ ได้อย่างราบคาบ ส่วนกรณีที่จะมีผู้นำหลักการนี้มาใช้ เพื่อทดลองสร้างหลุมดำขนาดจิ๋วสำหรับการศึกษาทางฟิสิกส์บนโลกนั้น ทีมผู้ทำการวิจัยบอกว่า แทบจะเป็นไปไม่ได้ที่มนุษย์จะสามารถหาพลังงานมหาศาลมาใช้สร้างหลุมดำด้วยวิธีการนี้ ที่มา – https://www.bbc.com/thai/international-45097380 VIEW MORE
Read more




