Blog page why our clients love to work with us.
ค่ายนักวิทยาศาสตร์ซูเปอร์จิ๋ว 2016 ครั้งที่ 14
กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ จัดค่ายนักวิทยาศาสตร์ซูเปอร์จิ๋ว 2016 ครั้งที่ 14 ให้กับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4-6 จำนวน 181 คน โดยมีกิจกรรมที่เสริมสร้างการเรียนรู้กระบวนการคิดด้วยวิธีการทางวิทยาศาสตร์ ณ คำแสด ริเวอร์แคว รีสอร์ท อำเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี ระหว่างวันศุกร์ที่ 24 ถึงวันอาทิตย์ที่ 26 มิถุนายน 2559
Read moreฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่
โครงการแพทย์ SMS. โรงเรียนเซนต์ดอมินิก ร่วมกับศูนย์ตรวจสุขภาพ Better Health Care Center ได้มาฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาลให้แก่คุณครู นักเรียนชั้นประถมศึกษา บุคลากร และผู้ปกครอง เมื่อวันศุกร์ที่ 24 มิถุนายน 2559
Read moreก้มหน้าเล่นมือถือ เสี่ยงกระดูกต้นคอรับน้ำหนักมากขึ้น 6 เท่า
ก้มหน้าเล่นสมาร์ทโฟน แท็บเล็ตนาน เสี่ยงต่ออาการ ปวดศีรษะ เหตุกล้ามเนื้อปวดเกร็งจากการก้มหน้านาน ๆ แถมกระดูกต้นคอยังต้องรับน้ำหนักมากกว่าปกติถึง 6 เท่า ในยุคสมัยที่การใช้งานสมาร์ทโฟน แท็บเล็ต และคอมพิวเตอร์ กลายมาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของคนจำนวนมาก ที่แต่ละคนต่างก็ก้มหน้าก้มตาใช้งานอุปกรณ์เหล่านี้กันตลอดวัน เชื่อว่าหลายคนคงอาจไม่รู้ตัวเลยว่า พฤติกรรมดังกล่าวอาจนำมาซึ่งอาการผิดปกติอย่าง การปวดศีรษะ เนื่องจากการอยู่ในท่าทางที่ไม่เหมาะสมเป็นเวลานาน จนส่งผลกระทบโดยตรงกับระบบประสาทและกระดูกต้นคอ โดยเมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2558 ร.ท. นพ.กีรติกร ว่องไววาณิชย์ อายุรแพทย์สมองและระบบประสาท โรงพยาบาลกรุงเทพ ให้ข้อมูลว่า อาการปวดศีรษะเป็นอาการที่พบได้บ่อย เกิดจากสาเหตุที่หลากหลาย ซึ่งการใช้งานสมาร์ทโฟน หรือคอมพิวเตอร์ ที่มากเกินไปหรือใช้งานอย่างไม่ถูกท่านั้น ก็เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดอาการปวดศีรษะได้เช่นกัน เนื่องจากการก้มหน้าเป็นเวลานานจะทำให้กล้ามเนื้อบริเวณคอเมื่อยล้า หรือเกิดการเกร็งตัวของกล้ามเนื้อขึ้นมาเป็นก้อน อาการปวดที่กล้ามเนื้อคอนี้อาจส่งความปวดไปยังส่วนอื่นที่ใกล้เคียง เช่น ท้ายทอย ขมับ รอบกระบอกตา หน้าผาก และส่วนอื่น ๆ โดยเป็นรู้จักกันดีในชื่อ กลุ่มอาการปวดจากกล้ามเนื้อเกร็ง (Myofascial pain syndrome (MFS)) นอกจากนี้ การก้มหน้ายังทำให้กระดูกต้นคอรับน้ำหนักมากกว่าปกติถึง 6 เท่า
Read moreแบบจำลองคอมพิวเตอร์ของเส้นเสียงและกล่องเสียง
ในที่สุดก็เป็นครั้งแรกที่สามารถทำการจำลองได้ว่าเส้นเสียงสามารถสร้างโน๊ตที่ต่ำและสูงสำหรับการร้องเพลงได้อย่างไร แบบจำลองแสดงให้เห็นถึงชั้นของเนื้อเยื่อภายในเส้นเสียง ซึ่งตอบสนองต่อการยืดตัวโดยกล้ามเนื้อของกล่องเสียง ซึ่งเป็นกระบวนการหนึ่งที่รู้จักกันดีอยู่แล้วที่ทำให้พวกเราสามารถร้องเพลงในระดับเสียงที่แตกต่างกันได้ “ในสัตว์และมนุษย์ที่ยังมีชีวิตอยู่ คุณไม่สามารถศึกษาเส้นเสีย และสำรวจเนื้อเยื่อของมันว่ามันประพฤติตัวอย่างไรได้ ดังนั้นพวกเราจึงจำลองเส้นเสียงขึ้นมา” ผู้เขียนงานวิจัยร่วม ดอกเตอร์ Tobias Riede จาก Midwestern University ใน Arizona กล่าว “แม้ว่าเราจะรู้อยู่แล้วมาตั้งแต่ปี 1970 ว่าเส้นเสียงนั้นประกอบขึ้นด้วยชั้นของเนื้อเยื่อ แต่หน้าที่ของมันนั้นยากที่จะทำการศึกษา” เขากล่าว ดอกเตอร์ Riede และทีมวิจัยของเขาได้พัฒนาระบบจำลองคอมพิวเตอร์สำหรับเส้นเสียงและทำการจำลองแบบจำลองกว่าล้านแบบเพื่อทำความเข้าใจโครงสร้างของเส้นเสียงที่มีความซับซ้อนว่าสามารถสร้างระดับเสียงในช่วงกว้างได้อย่างไร พวกเขาพบว่า เมื่อเส้นเสียงถูกยืดออกโดยกล้ามเนื้อของกล่องเสียง บางส่วนของชั้นเนื้อเยื่อจะเริ่มแข็งและหยุดการสั่น และปล่อยให้ชั้นที่มีความยืดหยุ่นมากกว่าเกิดการสั่นและก่อให้เกิดเสียง ยิ่งทำการยืดมากเท่าไหร่ จำนวนของชั้นเนื้อเยื่อที่มีความแน่นจะมากขึ้น และชั้นเนื้อเยื่อที่เกิดการสั่นจะน้อยลง ซึ่งส่งผลให้เส้นเสียงนั้นบางลงและทำให้เกิดเสียงที่อยู่ในช่วงเสียงระดับสูง นักวิจัยค้นพบว่า แบบจำลองสามารถช่วยอธิบายได้ว่าทำไมสัตว์อื่นเช่น เสือ ลิงวอก หนูและกวางถึงสามารถสร้างช่วงของเสียงที่แตกต่างกันออกไปได้ การค้นพบในครั้งนี้ตีพิมพ์ในวารสารทางวิชาการระดับนานาชาติ PLoS Computational Biology ในขณะเดียวกัน ช่วงของเสียงในแต่ละบุคคลนั้นเกิดขึ้นมาจากพันธุกรรมด้วย การศึกษาแนะว่า การออกกำลังเสียงสามารถที่จะช่วยขยายและรักษาระดับของเสียงได้ “กรรมพันธุ์นั้นเป็นสิ่งสำคัญอีกด้วย ดังนั้นไม่ใช่ทุกคนสามารถที่จะเป็น Joan Sutherland ได้” ดอกเตอร์ Riede กล่าว
Read more















































