Blog page why our clients love to work with us.
รองชนะเลิศว่ายน้ำ
ด.ช.ปัญกร สุวรรณโชติ ป.6/5 รองชนะเลิศอันดับ 1 การแข่งขันกีฬาว่ายน้ำ “กรมพลศึกษา ปีการศึกษา 2559” ท่าฟรีสไตล์ 50 เมตร รุ่นอายุไม่เกิน 10 ปี สังกัดทีมโรงเรียนเซนต์ดอมินิก เมื่อวันอังคารที่ 14 มิถุนายน 2559 ณ กรมพลศึกษา
Read moreซ.ด.ร่วมโครงการ “ห่วงหู กระป๋องอะลูมิเนียมเพื่อขาเทียมคนพิการ”
คุณพ่อมนูญ สนเจริญ อธิการ, คุณพ่อศักดิ์ชัย ตรีว่าอุดม รองอธิการ/จิตตาธิการ และคุณพ่อเกรียงศักดิ์ ชัยพรแก้ว ผู้จัดการ/เหรัญญิก ให้เกียรติบันทึกภาพร่วมกับสโมสรอินเตอร์แรคท์โรงเรียนเซนต์ดอมินิก ในโอกาสดำเนินโครงการ “ห่วงหูกระป๋องอะลูมิเนียมเพื่อขาเทียมคนพิการ” ซึ่งเป็นการรับบริจาคจากครู ผู้ปกครอง และนักเรียน จำนวน 80 กิโลกรัม และนำไปบริจาคแก่มูลนิธิขาเทียม ในสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี โดยมีผู้แทน รศ.นพ.วัชระ รุจิเวชพงศธร รักษาการในตำแหน่งเลขาธิการมูลนิธิขาเทียมฯ เป็นผู้รับมอบ เมื่อวันอังคารที่ 14 มิถุนายน 2559
Read moreรองชนะเลิศ Message Writing
ด.ช.ณชพล พงศ์ไทย ม.2/1 ได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 เงินรางวัล 3,000 บาท จากการประกวดเขียนข้อความภาษาอังกฤษ (Message Writing) หัวข้อ “One ASEAN, On Vision for Children” (หนึ่งอาเซียน หนึ่งวิสัยทัศน์สำหรับเด็ก) เมื่อวันอังคารที่ 14 มิถุนายน 2559 ณ ห้องรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์
Read moreงูหุ่นยนต์ ! สามารถซ่อมเครื่องกลใต้ท้องทะเลลึกได้
ถ้าในอนาคตคุณได้เห็น งูเหล็กจักรกล ว่ายวนอยู่ในน้ำ ก็ไม่ต้องตกใจไป เพราะมันจะไม่ทำร้ายคุณอย่างแน่นอน ความจริงแล้วมันคือ งูหุ่นยนต์ หรือ Robotic Snake ที่ถูกสร้างโดยการร่วมมือกันระหว่างบริษัท Eelume และ Kongsberg Maritime , Statoil โดยมีจุดประสงค์เพื่อใช้เป็น หุ่นยนต์ตรวจสอบ เช็คสภาพ รวมถึงซ่อมแซมอุปกรณ์เครื่องจักรที่อยู่ใต้น้ำทะเล เช่น สอดส่องดูแลการซ่อมของเฟืองเกียร์ อุปกรณ์ หรือกลไกที่ชำรุดต่างๆ แต่ที่น่าแปลกของหุ่นยนต์ตัวนี้ก็คือ มันถูกออกแบบกลไกให้เคลื่อนไหวในลักษณะของการเลื้อยได้ด้วยตัวของมันเอง ซึ่งทำออกมาได้เหมือนงูเอามากๆ เรียกได้ว่ามองผ่านๆ อาจตกใจนึกว่างูกันเลยทีเดียว และด้วยลักษณะการเลื้อยของมันนั้น ทำให้มันสามารถหมุนพันรอบท่อต่างๆ หรือมุดเข้าซอกมุมเล็กๆ เพื่อตรวจตราและซ่อมแซมกลไกได้อย่างสะดวกและง่ายดาย แม้ว่าขณะนี้หุ่นยนต์งูใต้น้ำยังคงอยู้ในขั้นพัฒนาและทดลองการใช้งาน แต่ก็ได้ถูกคาดการณ์ไว้ว่าจะได้นำมาใช้งานจริงในอนาคต ซึ่งเทคโนโลยีหุ่นยนต์นี้จะมีผลเป็นอย่างมากต่อกลุ่มบริษัทในวงการอุตสาหกรรมทางทะเล อย่าง การซ่อมเครื่องแท่นขุดเจาะน้ำมัน หรือ ระบบกังหันลมใต้น้ำ และอื่นๆ ที่จะมาช่วยเบาแรงงานของมนุษย์ และลดความเสี่ยงต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นในการซ่อมแซมเครื่องจักรใต้น้ำทะเลได้เป็นอย่างมาก ที่มา : http://news.thaiware.com/7837.html
Read moreพิธีลงนามในสัญญาจ้างทำการก่อสร้าง
คุณพ่อมนูญ สนเจริญ อธิการโรงเรียนเซนต์ดอมินิก ลงนามในสัญญาจ้างทำการก่อสร้างอาคารยอห์น บอสโก อนุสรณ์ 200 ปีชาตกาล (โครงการอาคารเรียน นันทนาการ และที่จอดรถ) กับ บริษัท แสงสยาม การช่าง จำกัด เมื่อวันศุกร์ที่ 10 มิถุนายน 2559 ณ ห้องประชุมกันตาเต ดอมิโน
Read moreFacebook ประกาศฟีเจอร์ภาพ 360 องศาออกมาแล้ว
หลังจากที่สักพักใหญ่ ๆ Facebook ได้ประกาศว่าเร็ว ๆ นี้ จะมีการปล่อยฟีเจอร์ใหม่สำหรับการอัพโหลดภาพ 360 องศา Facebook 360 จากเดิมที่อัพโหลดได้แต่วีดีโอ 360 องศาเท่านั้น ถึงจะดูได้แบบ 360 องศา // ล่าสุดวันนี้ Mark Zuckerberg ได้ออกมาประกาศว่า ฟีเจอร์การดูภาพแบบ 360 องศานั้น จะเปิดใช้งานได้แล้วทั่วโลก ซึ่งจะคล้าย ๆ กับฟีเจอร์วีดีโอ 360 องศาที่มีอยู่แล้ว คือสามารถหมุนไปดูได้รอบ ๆ ตัว และถ้าดูจากอุปกรณ์สมาร์ทโฟน แท็บเล็ตต่าง ๆ นั้น ก็ยังสามารถพลิกไป – มา ราวกับว่าเราอยู่ ณ สถานที่แห่งนั้นจริง ๆ และในการถ่ายภาพ 360 องศาเพื่อมาโพสนั้น สามารถถ่ายได้จากอุปกรณ์ต่าง ๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็นสมาร์ทโฟน หรือว่าจะเป็นพวกที่ผลิตมาเพื่อการนี้โดยเฉพาะ ไม่ว่าจะเป็น Ricoh Theta S
Read moreนักวิทยาศาสตร์เริ่มสอนให้หุ่นยนต์รู้จักความเจ็บปวด
เรากำลังสร้างหุ่นยนต์ที่สามารถเดินและพูดได้เหมือนกับเรา แต่ตอนนี้เรากำลังจะมอบอีกคุณสมบัติหนึ่งของมนุษย์ที่คุณคาดไม่ถึง: ความรู้สึกเจ็บปวด ซึ่งถ้าไม่มีอะไรที่มีประโยชน์ อย่างน้อยมันก็คงจะพอมอบโอกาสถ้าหากมันคิดจะโค่นมนุษย์ซักวันหนึ่ง กลุ่มนักวิจัยที่อยู่เบื้องหลังเทคโนโลยีดังกล่าวคิดว่าหุ่นยนต์ที่ไวต่อความรู้สึกเจ็บนั้นมีค่าควรต่อการพัฒนาเพื่อมันจะได้ปกป้องตัวมันเองและมนุษย์ที่ทำงานร่วมอยู่กับมันให้ปลอดภัยได้ ยกตัวอย่างเช่น เวลาที่มีอันตรายต่อเฟืองหรือมอเตอร์นั้นหุ่นยนต์ก็อาจจะเลือกที่จะหลีกเลี่ยงอันตรายนั้นได้ “ความเจ็บปวดนั้นเป็นระบบที่คอยปกป้องเรา” Johannes Kuehn ซึ่งเป็นหนึ่งในทีมนักวิจัยจาก Leibniz University of Hannover ในเยอรมันกล่าว “เมื่อเราหลีกเลี่ยงจากสาเหตุของความเจ็บปวด มันก็จะช่วยให้เราไม่เจ็บ” ด้วยความคิดนั้น Kuehn และเพื่อนร่วมงาน Sami Haddadin ได้ร่วมกันพัฒนาสิ่งที่พวกเขาเรียกว่าเป็น “ระบบประสาทประดิษฐ์สำหรับหุ่นยนต์” ขึ้นมา เพื่อที่ระบบดังกล่าวจะทำงานได้ มันจะต้องสามารถรับรู้สาเหตุของความเจ็บปวด (เช่นไฟหรือมีด) และคิดว่าจะต้องทำอย่างไรกับมัน (ปฏิกิริยาตอบสนอง) ซึ่งทั้งสองได้ใจระบบประสาทของมนุษย์เป็นแรงบันดาลใจในการสร้างระบบดังกล่าวขึ้น พวกเขาได้ทำการทดสอบแนวคิดของพวกเขาโดยการใช้แขนหุ่นยนต์ที่มีเซนเซอร์ที่ปลายนิ้วที่สามารถตรวจจับแรงกดและอุณหภูมิได้ ตัวแขนหุ่นยนต์ยังใช้แผ่นเนื้อเยื่อหุ่นยนต์ที่ถูกออกแบบตามผิวหนังของมนุษย์เพื่อตัดสินว่ามันควรรู้สึกเจ็บมากแค่ไหนและควรจะตอบสนองอย่างไร ถ้าหากตัวแขนหุ่นยนต์นั้นรู้สึกเจ็บเล็กน้อย มันจะค่อยๆถอนมือช้าๆจนความเจ็บปวดนั้นหยุดลงก่อน แล้วมันจึงกลับไปทำหน้าที่เดิมของมัน สำหรับกรณีความเจ็บปวดรุนแรงนั้นจะทำให้แขนหยุดทำงานจนกว่าจะได้รับการช่วยเหลือจากผู้ดูแลที่เป็นมนุษย์ การทำให้คนปลอดภัยนั้นก็สำคัญเช่นเดียวกัน โดยเฉพาะเราน่าจะเห็นหุ่นยนต์ทำงานร่วมกันมนุษย์มากขึ้นเรื่อยๆในอนาคตอันใกล้ ซึ่งถ้าหุ่นยนต์ถูกสอนให้รู้จักความเจ็บปวดแล้วล่ะก็ มันก็สามารถที่จะเตือนคนอื่นๆที่อยู่รอบๆได้ “การทำให้หุ่นยนต์เรียนรู้ได้นั้นเป็นหนึ่งในสิ่งที่ท้าทายที่สุด แต่มันก็เป็นสิ่งที่สำคัญมากเพราะจะช่วยทำให้พวกมันฉลาดขึ้น” Fumiya Iida ผู้เชี่ยวชาญด้านหุ่นยนต์จาก Cambridge University ซึ่งไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับงานวิจัยชิ้นนี้กล่าว “การเรียนรู้นั้นก็คือการลองผิดลองถูก ซึ่งเวลาที่เด็กเรียนรู้ว่าการล้มนั้นทำให้รู้สึก เด็กก็จะเรียนรู้ว่าควรจะต้องใช้ความสามารถมากขึ้น” นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่นักวิจัยได้ตัดสินใจที่จะทำให้หุ่นยนต์เป็นเหมือนมนุษย์มากขึ้น
Read moreหุ่นยนต์จิ๋วที่สามารถเข้าไปเปลี่ยนการทำงาน DNA
การผสมผสานการทำงานของวงจรอิเล็คทรอนิคส์เข้ากับเซลล์ของสิ่งมีชีวิต หรือที่เราอาจจะเคยได้ยินในชื่อ Biochip, Biosensor หรือ Gene-based circuits สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ในวงการวิทยาศาสตร์ ถ้ายังจำกันได้ในชั่วโมงชีววิทยา เราคงจะรู้ว่าเซลล์ในร่างกายมนุษย์นั้นมีการรับคำสั่งจากสมองผ่านสัญญาณไฟฟ้าและเคมี ดังนั้นหากเราสามารถเปลี่ยนรูปแบบสัญญาณคลื่นไฟฟ้าได้ เราก็จะควบคุมการทำงานของเซลล์ในร่างกายของเราได้เช่นกัน ล่าสุด MIT ได้ทำการทดลองพัฒนาวงจรควบคุมแบบพิเศษที่ผสมผสานการสั่งงานทั้ง Analog chemical data และ Digital computing เข้าไปใน Gene-based circuits ซึ่งเมื่อเราส่งสัญญาณไฟฟ้าเข้าไปใน Gene-based circuits วงจรควบคุมจะแปลงค่าสัญญาณจาก Analog มาเป็น Digital ที่คอมพิวเตอร์สามารถเข้าใจคำสั่งได้ และแน่นอนว่าเราสามารถปรับเปลี่ยนคำสั่งให้เซลล์ทำงานตามที่เราต้องการได้ด้วย นี่เป็นความสำเร็จที่สำคัญเป็นอย่างมาก และจะเปลี่ยนอนาคตของมนุษย์ไปอีกก้าวหนึ่ง ลองจินตนาการถึงการรักษาอาการป่วยที่ทุกวันนี้รักษายากหรือแทบจะรักษาไม่ได้ เช่น โรคเบาหวานที่เกิดจากเซลล์ผลิตอินซูลินได้ไม่เพียงพอต่อปริมาณของกลูโคส หรือการรักษามะเร็งด้วยการกำจัดเซลล์ร้าย และนี่ไม่ใช่เรื่องไกลตัวนะครับ นักวิทยาศษสตร์วางแผนที่จะเริ่มทดลองสร้าง Gene circuit ที่ออกแบบมาสำหรับด้านการแพทย์ในปีนี้แล้ว หากไปได้ดีล่ะก็ โรคร้ายที่ทุกวันนี้ไม่สามารถรักษาได้ในปัจจุบัน จะลดจำนวนลงไปเยอะเลยล่ะครับ ที่มา : http://news.thaiware.com/8067.html
Read more













